ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
GOV AI Automation · อปท. ทั่วประเทศ
M3Thailand M3THAILAND GOV AI AUTOMATION

Ai

ระบบสารบรรณดิจิทัล อปท.: 5 ปัญหาหน้างานที่เจอทุกวัน และทางออกที่ทำได้จริง

ระบบสารบรรณดิจิทัล อปท.: 5 ปัญหาหน้างานที่เจอทุกวัน และทางออกที่ทำได้จริง

การเปลี่ยนผ่านงานสารบรรณไปสู่ระบบดิจิทัลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นประเด็นท้าทายที่หลายหน่วยงานกำลังเผชิญอยู่ ในหลายพื้นที่ การปรับเปลี่ยนไม่ได้หยุดอยู่แค่การสั่งซื้อซอฟต์แวร์ แต่คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและกระบวนการทำงานจริงหน้างาน บทความนี้จะชวนปลัดเทศบาล หัวหน้าสำนักปลัด และเจ้าหน้าที่งานสารบรรณ มาเจาะลึก 5 ปัญหาที่พบเจอเป็นประจำ พร้อมแนวทางแก้ไขที่เริ่มดำเนินการได้ทันทีจากทรัพยากรที่มีอยู่เดิม

1. แฟ้มเสนอเซ็นค้างคอขวดที่โต๊ะผู้บริหาร

อาการที่พบเห็นได้บ่อยคือ เอกสารการขออนุมัติหรือหนังสือสั่งการกองต่าง ๆ ถูกจัดทำเป็นเอกสารกระดาษ แล้วนำมาวางซ้อนกันเป็นแฟ้มสูงบนโต๊ะผู้บริหาร เมื่อผู้บริหารติดภารกิจนอกพื้นที่ เอกสารทั้งหมดจะหยุดชะงัก ไม่สามารถส่งต่อไปยังผู้ปฏิบัติงานขั้นต่อไปได้ ทำให้การบริการประชาชนหรือโครงการตามยุทธศาสตร์ล่าช้าโดยไม่จำเป็น

สาเหตุเชิงกระบวนการเกิดจากการยึดติดกับขั้นตอนการลงนามรูปแบบเดิมที่ต้องรอแฟ้มจริงเท่านั้น ทางออกที่ทำได้จริงทันทีโดยยังไม่ต้องซื้อระบบใหม่ คือการจัดทำระบบ “จัดลำดับความสำคัญและรับส่งเอกสารไฟล์ดิจิทัลเบื้องต้น” ผ่านช่องทางจัดเก็บข้อมูลส่วนกลางของหน่วยงาน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์มอบอำนาจการตัดสินใจในเรื่องประจำวันให้ชัดเจน เพื่อลดปริมาณหนังสือที่ต้องถึงมือผู้บริหารระดับสูงโดยไม่จำเป็น

การแก้ปัญหาคอขวด ไม่ใช่การเร่งให้ผู้บริหารเซ็นเร็วขึ้น แต่คือการลดจำนวนเอกสารที่ไม่จำเป็นต้องเซ็นให้ออกไปจากขั้นตอนหลัก

2. เอกสารสูญหายและติดตามสถานะไม่ได้

เมื่อมีหนังสือสอบถามติดตามจากประชาชน หรือหน่วยงานภายนอก เจ้าหน้าที่สารบรรณมักต้องเสียเวลาเดินสอบถามตามกองต่าง ๆ ว่า “หนังสือเลขที่นี้อยู่ที่ใคร” หรือ “ใครเป็นผู้รับผิดชอบคำสั่งการนี้” เนื่องจากเอกสารกระดาษถูกเปลี่ยนมือไปมาโดยไม่มีระบบบันทึกสถานะกลาง

สาเหตุเชิงกระบวนการคือ การขาดดัชนีติดตามเอกสารที่เป็นศูนย์รวม ทางออกที่เริ่มได้ทันทีคือการสร้าง “สมุดทะเบียนรับ-ส่งหนังสือกลางแบบดิจิทัล” โดยใช้ตารางข้อมูลออนไลน์ที่เจ้าหน้าที่ทุกกองสามารถเข้าถึงและอัปเดตสถานะร่วมกันได้ เมื่อมีการส่งต่อเอกสาร ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบระบุชื่อผู้ถือครองและสถานะล่าสุดลงในตารางกลางทันที ช่วยให้สามารถตรวจสอบตำแหน่งของเอกสารได้แบบเรียลไทม์

3. การลงรับหนังสือซ้ำซ้อนระหว่างกองและสำนัก

ในโครงสร้าง อปท. หนังสือ 1 ฉบับที่เข้ามายังสำนักปลัด มักจะต้องถูกนำไป “ลงรับ” ที่งานสารบรรณกลาง จากนั้นเมื่อส่งต่อไปยังกองช่าง หรือกองการศึกษา เจ้าหน้าที่ของกองนั้น ๆ ก็ต้องนำมา “ลงรับ” ในสมุดของกองตนเองอีกครั้ง ทำให้เกิดการบันทึกข้อมูลเดิมซ้ำหลายรอบ เสียเวลาและเสี่ยงต่อความผิดพลาดของข้อมูล

สาเหตุเชิงกระบวนการคือ การแบ่งงานแบบแยกส่วน (Silo) โดยไม่มีข้อมูลชุดเดียวกัน ทางแก้เบื้องต้นคือการปรับกระบวนการให้ใช้ “รหัสเอกสารอ้างอิงเดียว (Single Reference ID)” และใช้ทะเบียนรับหนังสือดิจิทัลร่วมกันทั้งองค์กร เมื่อสารบรรณกลางลงรับแล้ว ให้ใช้วิธีเปลี่ยนสถานะสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ หรือส่งลิงก์เอกสารให้กองที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องให้กองปลายทางทำการบันทึกรับใหม่ทั้งหมด

4. ประวัติการเกษียณหนังสือและคำสั่งการไม่ชัดเจน

การเขียนแทงหนังสือด้วยลายมือบนหน้าหมวกเอกสารกระดาษ มักประสบปัญหาลายมืออ่านยาก ข้อความลบเลือน หรือพื้นที่เขียนไม่พอ ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานตีความคำสั่งการคลาดเคลื่อน และเมื่อเวลาผ่านไป การสืบค้นประวัติการตัดสินใจในอดีตเพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงทำได้ยากลำบาก

สาเหตุเชิงกระบวนการคือ การขาดรูปแบบมาตรฐานในการบันทึกความคิดเห็น ทางออกคือการกำหนด “แบบฟอร์มการเกษียณหนังสือดิจิทัล” ที่มีหัวข้อชัดเจน เช่น ความเห็นเจ้าหน้าที่, ข้อพิจารณาหัวหน้าฝ่าย, และคำสั่งการผู้บริหาร โดยใช้วิธีพิมพ์ข้อความในไฟล์ PDF หรือระบบโน้ตดิจิทัลก่อนนำเสนอ ซึ่งจะช่วยให้ข้อความมีความชัดเจน เป็นระเบียบ และสามารถค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดย้อนหลังได้สะดวก

5. ความกังวลเรื่องระเบียบและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์

เจ้าหน้าที่จำนวนมากยังคงกังวลว่า การเซ็นเอกสารแบบดิจิทัลหรือการไม่พิมพ์เอกสารออกมาเป็นกระดาษ จะขัดต่อระเบียบงานสารบรรณ หรือไม่ได้รับการยอมรับในการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแล จึงทำให้เกิดพฤติกรรม “ทำแบบดิจิทัลควบคู่กับกระดาษ” ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระงานเป็นสองเท่า

สาเหตุเชิงกระบวนการคือ การขาดความเข้าใจในข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ถูกต้อง ทางแก้คือการจัดทำคู่มือแนวปฏิบัติภายใน (SOP) ที่ระบุขั้นตอนการใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามที่กฎหมายรองรับ โดยเริ่มทดลองใช้นำร่องกับ “หนังสือภายใน” หรือเอกสารขออนุมัติงานภายในที่ไม่ต้องส่งออกไปยังหน่วยงานภายนอก เพื่อสร้างความคุ้นเคยและความมั่นใจให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนขยายผลเต็มรูปแบบ

สรุป: จุดเริ่มต้นการปรับเปลี่ยนที่ยั่งยืน

การย้ายงานสารบรรณ อปท. สู่ระบบดิจิทัล ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนงบประมาณจำนวนมาก แต่เริ่มต้นได้จากการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Workflow) สร้างข้อตกลงร่วมกันในองค์กร และนำเครื่องมือดิจิทัลพื้นฐานที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างมีทิศทาง เมื่อกระบวนการภายในมีความพร้อมและเจ้าหน้าที่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการทำงานแบบไร้กระดาษ การต่อยอดไปสู่ระบบสารบรรณดิจิทัลเต็มรูปแบบในอนาคตก็จะราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง


บทความนี้ร่างขึ้นโดยระบบผลิตเนื้อหาอัตโนมัติที่ใช้ AI ของ M3 Thailand และผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติก่อนเผยแพร่ หากพบข้อมูลที่คลาดเคลื่อน โปรดแจ้งมาที่ [email protected] เพื่อแก้ไข

LINE โทร ใบเสนอราคา